Opinion

หนักกว่าติดเกม คือทำตามเกม

เมื่อประมาณสัปดาห์ที่แล้ว ทาง WHO ได้ประกาศสภาวะติดเกมว่าเป็นโรคจิตชนิดหนึ่ง ซึ่งอยู่ในบัญชีจำแนกโรค ICD-11 และในคลิปที่ผมนำเสนอเมื่อวันก่อน ก่อนใกล้ ๆ จะจบคลิปได้กล่าวเอาไว้ว่า ติดเกมยังไม่ร้ายแรงเท่าพฤติกรรมทำตามเกม

และข่าวล่าสุดซึ่งเป็นข่าวที่น่าสลดใจกับชาวเกมเมอร์อย่างเรา ๆ เป็นอย่างมาก คือเกม Doki Doki Literature Club ทำให้เด็กจบชีวิตด้วยตนเอง

ฟังไม่ผิดครับ ข่าวเป็นแบบนั้นจริง ๆ เกมหน้าตาน่ารักแบบนี้จะทำให้เด็กสามารถจบชีวิตด้วยตนเองจริง ๆ เพราะเนื้อหาของเกม ๆ นี้เท่าที่ผมสืบมาเป็นเนื้อหาที่ค่อนข้างดาร์กซึ่งผิดกับตัวละครสุดโมเอะที่เราเห็นในปกเกม มันแค่ Visual Novel แต่เนื้อหาค่อนข้างดาร์กและไม่เหมาะกับเด็ก ขอเรียกว่าดาร์กดีกว่าเพราะมันคลุมไปถึงความรุนแรงและความคิดบางอย่างที่อาจกระทบกับชีวิต

ในโพสต์ข่าวของ Sookphum Gaming ได้กล่าวถึงเกม Doki Doki Literature Club ว่า

สำหรับเกม Doki Doki Literature Club มีคำเตือนขึ้นหน้าเกมอยู่แล้วว่า เป็นเกมที่ไม่เหมาะกับเด็กและค่อนข้าง Sensitive ต่อจิตใจได้ง่าย เอาง่าย ๆ ผู้ใหญ่ที่ใจไม่แข็งพอ ก็ไม่เหมาะที่จะเล่นเกมนี้เท่าไร เพราะนอกจากเราจะเห็นฉากที่ค่อนข้างรุนแรงทำให้เกิดพฤติกรรมทำตาม ยังมีความลับอันน่าสยดสยองซึ่งใจต้องแข็งจริง ๆ ถึงจะดูความลับ หรือบางทีถ้าแกะความลับของเกมได้ทั้งหมด จะพบกับความน่ากลัวที่เล่นกับจิตของผู้เล่นเอง ถ้าใจไม่แข็งพอ อย่าเล่นเกมนี้ เพราะมันคือเกมทำลายจิตใจให้เกิดภาวะจิตตกได้ง่าย ๆ

แต่ที่เกิดเหตุสลดแบบนี้ได้ เพราะเด็ก ๆ คิดว่า หน้าตาน่ารักน่าโมเอะของตัวละครในนี้น่าจะเป็นมิตรกับเด็ก ๆ ต่อให้มีคำเตือน แล้วไงล่ะ เด็กก็อยากเล่นอยู่ดี ซึ่งเด็กวัยรุ่นบางคนชอบลองของ แบบที่ลองเพราะเพื่อน ๆ ท้า แบบว่า เฮ้ย ถ้าแน่จริง ก็ทำแบบนี้สิ อะไรแบบนี้

เรื่องน่าสนใจ : PUBG VS FORTNITE เกมไหนเจ๋งกว่ากัน

อีกประเด็นนึงคือ ผู้ปกครองปล่อยให้ลูก ๆ เล่นเกมโดยที่ไม่ได้คุม เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน บางทีก็มาโทษพ่อแม่ไม่ได้ว่าพ่อแม่ไม่ควบคุมมากพอ ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นอีกเรื่องที่ทางค่ายเกมหรือผู้ให้บริการเกมว่าควรจัดเรทเกมอย่างไร ส่วนใหญ่ เราจะเห็นเรทผู้ใหญ่มักมีเนื้อหาที่รุนแรง หรือพวกเรื่องเพศ แต่เนื้อหารุนแรงที่เราเข้าใจมักก่อความรุนแรงกับคนอื่น แต่สำหรับเกม Doki Doki Literature Club เป็นการก่อความรุนแรงกับตัวเอง ซึ่งถือเป็นเรื่องที่แปลกใหม่และเป็นกรณีศึกษาอย่างนึงเลยทีเดียว

จริง ๆ แล้ว มีอีกเกมนึงซึ่งเป็นเกมแนว Challenge ที่น่ากลัวเกมหนึ่ง และเกมนี้เคยพูดถึงมาแล้วในโลกออนไลน์อยู่ซักพักนึง มันคือเกม “Blue Whale” หรือเกมปลาวาฬสีน้ำเงิน ซึ่งเกมนี้ผู้เล่นจะต้องลงทะเบียนใน Social Network ของรัสเซียที่ชื่อว่า VK และแน่นอนครับ การเป็นแอพมือถือแบบนี้ทำให้ยากที่จะควบคุม Content ที่เด็ก ๆ หรือวัยรุ่นเข้าถึง และเรื่องราวน่าตกใจของเกม Blue Whale คือเป็นเกมที่ผู้เล่นจบชีวิตตัวเองจริง ๆ โดยเรื่องน่าเศร้าของเกมนี้มาจากประเทศรัสเซีย ซึ่งตอนนั้นเป็นข่าวดังพอสมควร แต่ภายหลังกลายเป็นมุมมืด ๆ ไปแล้ว

mavi-balina1510681836

การเล่นเกมปลาวาฬสีน้ำเงิน คือทำตาม Challenge ที่ในแต่ละวันบอก อย่างเช่น ดูหนัง ฟังเพลง หรือทำอะไรก็ตาม แต่จะมีบางภารกิจที่เริ่มเปลี่ยนจิตใจของคนที่เล่นรู้สึกดาวน์ลง จากคนที่มองโลกสดใส กลายเป็นคนมองโลกขุ่นมัว ทำให้ชีวิตไร้ค่า เหมือนอยู่บนโลกนี้ไปก็หนักโลก ไม่มีใครต้องการอีกแล้ว มีการกดขี่ความเชื่อมั่นในตัวเอง จนถึงขั้นจบชีวิตด้วยตนเองเพื่อไปในที่ที่ดีกว่าบนโลกใบนี้

โอเค ฟังดูแล้วมันเหมือนเป็นเรื่องงี่เง่าสิ้นดี คนทำร้ายตัวเอง จบชีวิตด้วยตนเอง มันไร้สาระ แต่จากภารกิจที่ให้มานั้น เท่าที่สืบมา เราก็ยังไม่รู้ว่า ภารกิจที่ว่าเป็นอย่างไร แต่ที่ดูจากข่าว ภารกิจเหล่านี้ล้วนทำให้คนเล่นเกิดภาวะโรคซึมเศร้า และภาวะโรคซึมเศร้า ณ ตอนนี้ถือเป็นโรคจิตชนิตหนึ่งที่สามารถรักษาและบำบัดได้เหมือนโรคทั่วไป ซึ่งคนที่มีสภาวะโรคซึมเศร้านั้น ความคิด ทัศนคติ การมองโลกไม่เหมือนคนทั่วไปอยู่แล้ว และโรคนี้มันพิเศษตรงที่มันไม่ใช่โรคที่ติดเพราะเชื้อโรค แต่มันเกิดขึ้นเพราะสารเคมีในสมองและสภาพแวดล้อมหรือสภาวะทางจิตใจที่ส่งเสริมให้เกิดสภาวะดาวน์ลงจนคิดที่จะทำร้ายตัวเองเพราะคิดว่าตัวเองไร้ค่า

เรื่องน่าสนใจ : เมื่อการติดเกมกลายเป็นโรคจิตชนิดหนึ่ง

maxresdefault

พูดไปพูดมา มันไม่ใช่อาการติดเกมตามที่ WHO กำลังจะขึ้นทะเบียนโรคแล้ว แต่มันเป็นอาการทำตามเกมจนเกิดอาการอย่างอื่นตามมาอย่างอาการซึมเศร้า เรื่องนี้ไม่ใช่เล่น ๆ เป็นเรื่องที่ผู้ปกครองควรเอาใจใส่ลูก ๆ ว่า ลูกกำลังเล่นเกมอะไร เพราะเกมบนโลกใบนี้ไม่เหมาะกับทุก ๆ คน และอาการทำตามเกมที่เราเห็นมักจะเกิดกับเด็กวัยรุ่นทั้งนั้น ซึ่งวัยรุ่นเป็นวัยที่อยากรู้อยากเห็นและยังอ่อนไหวกับเรื่องจิตวิทยาอยู่

ถ้าจะพูดถึงวิธีแก้ไม่ให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก เรื่องนี้เป็นเรื่องของผู้ปกครองที่ต้องเอาใจใส่ลูกและคัดกรองสิ่งต่าง ๆ เพื่อให้ลูก ๆ ปลอดภัยจากสื่อต่าง ๆ ที่ไม่เหมาะสมสำหรับเด็ก อย่าเอาเกมเลี้ยงลูกจนปล่อยปะละเลย เพราะเด็กและวัยรุ่นยังอ่อนต่อเรื่องจิตใจ ซึ่งถูกชักจุงได้ง่าย และเรื่องที่เล่ามาทั้งหมด เหตุเพราะถูกชักจุงทั้งนั้น

ในปัจจุบัน ประเด็นเรื่องเกมที่ทำลายจิตใจยังไม่มีการพูดถึงมากเท่าไรนัก แต่อีกไม่นานอาจต้องพูดถึงแน่นอน เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ซีเรียสมาก พูดถึงความรุนแรงของเกม มักจะโฟกัสไปที่ความรุนแรงใส่ผู้อื่น แต่กับความรุนแรงกับตัวเอง ทำไมกลับไม่มีใครพูดถึง เรื่องนี้น่าคิดนะ

เวอร์ชั่นคลิป (สำหรับคนอยากฟัง)

 

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.