Opinion

เมื่อการติดเกมกลายเป็นโรคจิตชนิดหนึ่ง

ครั้งแรกที่เห็นข่าวนี้ใน Facebook โดยเฉพาะในกลุ่มเกมต่าง ๆ ผมต้องร้อง “เฮ้ย” เดี๋ยว ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ เดี๋ยวก่อน เข้าใจผิดอะไรหรือเปล่า มีการโทษเกมกันอีกแล้วเหรอ หัวข้อข่าวน่าสนใจเลยเข้าไปดู และครั้งนี้ ไม่ใช่หน่วยยงานทางรัฐที่เขียนข่าวแบบนี้ แต่เป็น WHO หรือแปลเป็นไทยคือ ใคร เฮ้ย!!! ไม่ใช่ WHO ย่อมาจาก World Health Organization แปลเป็นไทยจริง ๆ คือ องค์การอนามัยโลก

โลโก้ขององค์การอนามัยโลกก็คล้าย ๆ พวกสหประชาชาตินั่นแหละ ซึ่งครั้งนี้ ทาง WHO ถึงขั้นกำหนดอาการติดเกมคืออาการโรคจิตอย่างหนึ่งเลยทีเดียว

ข่าวจากเพจ Catdumb News ได้กล่าวเพิ่มเติมของข่าวนี้ไว้ดังนี้ครับ

WHO ยังไม่ขึ้นบัญชีจำแนกโรค ICD-11 (อาการติดเกม) อย่างเป็นทางการ

ในเว็บไซต์ Gamingdose ได้ขยายความเพิ่มเติมเกี่ยวกับภาวะโรคติดเกมเอาไว้ว่า แม้ทาง WHO จะขึ้นทะเบียนโรคติดเกมใน บัญชีจำแนกโรค ICD-11 แต่ตัวโรคในแบบร่าง ICD-11 จะถูกขึ้นทะเบียนแบบเป็นทางการในช่วงเดือน พฤษภาคม ปี 2019 ดังนั้นตั้งแต่ตอนนี้ไปจนถึงปีหน้า ICD-11 ก็สามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ตลอดเวลา

แท้จริงแล้ว WHO เคยออกมาแสดงความจำนงค์ที่จะขึ้นทะเบียนโรคติดเกมตั้งแต่ในช่วงเดือนธันวาคมปลายปีที่ผ่านมาซึ่งในตอนนั้นหลายคนในวงการเกมก็ออกมาแสดงความกังวลกันเอาไว้

เรื่องน่าสนใจ : หนักกว่าติดเกม คือทำตามเกม

ทางสมาคมซอฟแวร์เพื่อความบันเทิงหรือ ESA ได้ออกมาต่อต้านการขึ้นทะเบียนโรคติดเกมมาอย่างต่อเนื่องและการที่ตัวโรคติดเกมถูกขึ้นทะเบียนใน ICD-11 ก็ยิ่งทำให้การโต้ตอบเริ่มขยายวงออกไป

ล่าสุดได้มีแถลงการณ์ร่วมของ ESA, ISEA (สมาคมสื่อบันเทิงของแอฟริกาใต้), ISFE (สหพันธ์สื่อวีดีโอเกมของยุโรป), IGEA (สมาคมเกมและสื่อบันเทิง), K-GAMES (สมาคมอุตสหกรรมเกมของเกาหลี) และ UVB&G (สมาคมเกมของบลาซิล) ออกมาตอบโต้ในประเด็นนี้

“วีดีโอเกมบนทุกเครื่อง ทุกแนวเกม ทุกระบบ ถูกเล่นโดยผู้คนทั่วโลกกว่า 2 พันล้านคน คุณค่าด้านการให้ความรู้ ความสนุก และการเยียวยาจิตใจของวีดีโอเกมได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง พวกเราจึงมีความกังวลที่ “โรคติดเกม” ถูกบรรจุไว้ใน ICD-11 ฉบับร่าง ของ WHO แม้จะมีการโต้แย้งจากงานวิจัยและวงการแพทย์หลายอัน และปัจจุบันโรคเกี่ยวกับวีดีโอก็ยังไม่มีหลักฐานที่แน่ชัดเพียงพอ”

เราหวังว่า WHO จะพิจารณาหลักฐานงานวิจัยทั้งหมดใหม่ก่อนตัดสินใจบรรจะโรคติดเกมลงไปใน ICD-11 ฉบับสมบูรณ์ที่จะมีการขึ้นทะเบียนในช่วงปีหน้า

พวกเราเข้าใจว่าอุตสาหกรรมของพวกเราและผู้สนับสนุนของเราจะลุกขึ้นมาต่อต้านการขึ้นทะเบียนโรคจากเกมของ WHO อย่างต่อเนื่อง เราหวังว่า WHO จะหลีกเลี่ยงการการระบุข้อมูลที่ไม่เป็นธรรมซึ่งจะส่งผลต่อระบบสุขภาพของทั่วโลก

ช่วงต้นปีที่ผ่านมามีนักจิตวิทยาและผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพหลายคนออกมาแสดงความไม่เห็นด้วยในการขึ้นทะเบียน “โรคติดเกม” ของ WHO ขณะที่หลายคนออกมาตั้งคำถามว่าทำไม อาการติดวีดีโอเกม ถึงถูกจำแนกแยกออกมาแบบเด่นชัด ขณะที่ “อาการเสพติด” โดยทั่วไปสามารถเกิดขึ้นได้ในทุกกิจกรรม

อาการที่เข้าข่าย “ติดเกม”

สำหรับอาการติดเกมตามที่ WHO ระบุไว้ ในเว็บไซต์ Beartai ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ทาง WHO ได้ทำผลวิจัยจากการติดตามวิเคราะห์ถึงสัญญาณและอาการของโรคดังกล่าว และได้ข้อสรุปเบื้องต้นอาการของผู้ป่วยที่อยู่ในเกณฑ์ ‘ติดเกม’ ไว้ดังนี้ (โดยอาการดังกล่าวจะต้องปรากฏต่อเนื่องอย่างน้อย 1 ปี จึงจะถูกนับว่าอยู่ในข่ายผู้ป่วย)

  • สูญเสียการควบคุมตัวเองในการจัดเวลาเล่นเกม (พิจารณาจาก ความถี่ในการเล่น, ความเข้มข้นและระยะเวลาที่เล่น)
  • จัดลำดับและเพิ่มความสำคัญให้กับการเล่นเกมเป็นสิ่งแรก ๆ ก่อนสิ่งที่ต้องทำในชีวิตประจำวัน
  • ยังเล่นเกมอย่างต่อเนื่องแม้ว่าจะแพ้หรือไม่ประสบความสำเร็จติดต่อกันนานหลายครั้ง

ทางด้าน ดร.ริชาร์ด เกรแฮม ติดแพทย์ที่ปรึกษาจากโรงพยาบาล Nightingale ในกรุงลอนดอน ได้ออกมาสนับสนุนการประกาศของ WHO ในครั้งนี้ ด้วยเหตุผลว่าจะทำให้แนวทางการรักษาของแพทย์นั้นเจาะจงได้ชัดเจนและสามารถพัฒนาแนวทางการรักษาอย่างจริงจังในอนาคตได้

เรื่องน่าสนใจ : Spyro เกมในตำนานกลับมาแล้ว

ซึ่ง ดร.เกรแฮม ระบุว่ามีผู้ป่วยเคสใหม่ ๆ ที่เทคโนโลยีดิจิทัลส่งผลต่อการใช้ชีวิตพื้นฐาน อาทิเช่น คุณภาพการนอนแย่, การรับประทานอาหาร, การเข้าสังคม รวมทั้งส่งผลกับการศึกษา ประมาณ 50 รายต่อปี ซึ่ง ดร.เกรแฮม กังวลว่า อาการเสพติดการเล่นเกมนั้นจะส่งผลต่อการทำงานในระบบประสาท และมีอิทธิพลมากพอที่จะสามารถควบคุมกระบวนการคิดของมนุษย์ได้ ไม่ต่างจากการติดยาเสพติด

ประสบการณ์ของผู้เขียน

คราวนี้มาฟังความคิดเห็นของเราบ้างนะครับ ความจริงเรื่องอาการเด็กติดเกมซึ่งผู้ใหญ่มองว่าเป็นเรื่องไม่ดี มีมาตั้งแต่ผมเรียนอยู่มัธยมแล้วครับ ถ้านับไปนี่ ก็ประมาณ 10 กว่าปีที่แล้วเลย วันนั้นเป็นวันประชุมผู้ปกครอง เป็นวันที่อาจารย์ประจำชั้นพบปะกับผู้ปกครองของนักเรียน ช่วงแรก ๆ ก็จะให้ผู้ปกครองนั่งโต๊ะตัวไหนก็ได้ก่อน ซักพักก็จะแจกผลการเรียน แต่ก่อนที่จะแจกผลการเรียน อาจารย์ประจำชั้นเค้าแจก Sheet ไม่รู้สมัยนี้ยังเรียกกระดาษใบงานว่า Sheet อยู่หรือเปล่า และ sheet ที่ว่ามันเป็นเรื่องเตือนลูก ๆ ให้ห่างจากเกม และใน sheet นั้นเขียนประมาณว่า เล่นเกม = เสพยาเสพติด

bloodyroar_0

ซึ่งบทความใน sheet นั้นก็ไม่รู้ว่าเอางานวิจัยมาจากไหน แต่ผมเห็นในบทความนั้นบอกประมาณว่า มีการหลั่งสารโดปามีนซึ่งเป็นสารเดียวกับสารเสพติด ตอนนั้นบอกตามตรง ไม่เชื่อ และเก็บ sheet นั้นทิ้งขยะไม่ให้พ่อแม่เห็นเลย โชคดีตอนนั้นเข้าห้องน้ำอยู่ ถามว่าทำไมมันมี Sheet แบบนี้ เขียนบทความเตือนลูก ๆ ว่าเล่นเกม = เสพยาเสพติด เพราะยุคนั้นเป็นยุคเฟื่องฟูของเกมออนไลน์ทั้งแบบ Free 2 Play และแบบแอร์ไทม์ ตอนนั้น Facebook ยังไม่มีในเมืองไทยนะครับ มีอย่างมากก็ Hi5 เล่นกันแบบเม้นมาเม้นกลับ พูดถึง Hi5 ยังขำกับตัวเองอยู่เลย ช่วงวัยรุ่นเล่นอะไรไร้สาระเนี่ย 55555 หรือคุยกับเพื่อน ๆ ก็ MSN ตอนนั้นเริ่มมีขอ M กันบ้างแล้ว และ MSN ถ้าจะคุย ทั้งเราและเพื่อนต้องออนไลน์ ถ้าไม่ออน มันส่ง Message ไปไม่ได้ ซึ่งนี่คือยุคเมื่อ 10 ปีที่แล้ว

แต่สุดท้าย สิ่งที่ใน Sheet นั้น และ WHO บอก มันมีความเป็นจริงอยู่ ที่อาการติดเกม คือโรคจิตอย่างหนึ่ง ที่พูดแบบนี้เพราะเคยเป็นมาแล้วตอนวัยเด็ก ตอนนั้นติดเกม RPG เกม Suikoden II มาก และวันนั้นพ่อแม่และน้องของผมเค้าไปทำธุระ ปล่อยให้ผมอยู่บ้านคนเดียว ตอนนั้นมีเครื่อง PS1 อยู่ แล้วไงล่ะ ผมก็เล่น Suikoden II แบบมาราธอนเลย ตั้งแต่เช้ายันค่ำ แต่พอหิวข้าวก็กินข้าวนะ ซึ่งแม้ว่าผมจะเป็น Hardcore Gamer แบบโคตร ๆ ในวัยเด็ก แต่พ่อแม่ผมเค้าจะให้กฎ 1 อย่างคือ เล่นเฉพาะวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์เท่านั้น วันจันทร์ – พฤหัส เรียน ทำการบ้าน ซึ่งเราก็เป็นเด็กดี เชื่อฟังพ่อแม่อ่ะนะ ก็ทำตามที่พ่อแม่บอก โดยปกติ ตอนพ่อแม่อยู่บ้าน ผมจะเล่น 2 ชั่วโมงเท่านั้น

suikoden-ii-dragon
เกมนี้แหละ เล่นแล้วติด เพราะเป็นเกม RPG ที่มีการ Farm Level พอสมควร และบางทีก็ติดแหงกเรื่องไม่เดิน

แต่เกม Suikoden II ผมเล่นติดต่อกัน 12 ชั่วโมง ซึ่งสภาวะในช่วงที่เล่น 12 ชั่วโมงติดต่อกัน คือ ตัวผมอยู่ในโลกของเกม ๆ นั้น และเพลงต่อสู้ ซาวด์เอฟเฟกต์อยู่ในจิตใต้สำนัก ประมาณว่า พอเลิกเล่นเกม เสียงเพลงเข้าฉากต่อสู้ยังอยู่ในหัวสมองอยู่ หรือเสียงเพลงในเมืองยังคาอยู่ แต่จะว่าไป เกมนี้ทำให้ผมภูมิใจอย่างนึงเลยคือ ผมสามารถเล่นจนจบเกมได้โดยไม่เปิดบทสรุป เพราะพอเจอศัพท์ยาก ๆ ก็เปิด Dictionary ยุคนั้นยังไม่มี Google Translate แต่ Talking dict มีแล้ว แต่ว่าราคาแพง เลยเอาแค่ Dictionary ธรรมดา เปิดดูศัพท์ที่ไม่เข้าใจ และอีกอย่าง เกม Suikoden II มันเป็นเกม RPG ยุคเก่าที่เวลาตัวละครพูดมันเป็น Dialogue ไม่มีเสียงพากษ์เหมือนเกมในยุคนี้ ซึ่งการมีแค่ Dialogue ทำให้เราหยุดแช่เจอคำศัพท์ที่ไม่เข้าใจแล้วเปิด Dictionary ได้ แต่เกมสมัยนี้ที่ใส่เสียงพากย์เต็มขั้น เจอคำไหนที่ไม่เข้าใจ ถ้าตัวละครพูดจบ ประโยคเปลี่ยนไปอีกประโยคนึงเลย เราย้อนกลับไปไม่ได้ ที่ทำได้คือเจอศัพท์ยาก กด Pause ก่อน แล้วหา แต่มันไม่ได้ใจเหมือนเกม RPG สมัยก่อนที่เราแช่ Dialogue แล้วหาคำศัพท์ได้

เรื่องน่าสนใจ : ประวัติงาน PlayStation Experience

จะว่าไป เกมก็มีประโยชน์เหมือนกันนะ แต่ตอนนั้นเล่นแบบ Hardcore จริง ๆ ซึ่งโทษที่ตามมา คือ อ้วน แล้วก็เจ็บป่วยอยู่บ่อยครั้ง ตอนนั้นไม่ค่อยชอบออกกำลังกายด้วยไง เป็นโอตาคุอ้วนแว่นตัวเหม็น ๆ สิงอยู่ตามห้องสมุด เหตุผลที่เข้าห้องสมุดเพราะแอร์มันเย็น แต่ตอนนี้ไม่เหมือนวันนั้นแล้ว ออกกำลังกายทุกวัน 55555555

สรุป

แอบนอกเรื่องไปนิด แต่จากเหตุการณ์ที่ผมเล่า ผมคิดว่า สภาวะติดเกมผมมองว่าเป็นภาวะทางจิตใจที่ผิดปกติอย่างหนึ่ง แต่ยังไม่รุนแรงเท่าติดยาอะไรขนาดนั้น ถ้าจะเล่นเกม ก็ต้องจำกัดเวลาเล่นเกมจริง ๆ โดยอาการติดเกมจะเห็นผลชัดเจนมากกับเด็กช่วงก่อนอายุ 15 ซึ่งตอนนั้นเด็ก ๆ จะเรียนรู้เร็วมากและตอบสนองต่อสิ่งเร้าค่อนข้างรุนแรง สำหรับผู้ปกครองทุก ๆ ท่านที่มีเด็ก ๆ อายุต่ำกว่า 15 ปี ไม่ควรเอาเกมเลี้ยงลูก หรือเอา Tablet เลี้ยงลูกแบบปล่อยปะละเลยนะครับ เพราะมันทำให้การเรียนรู้ของเด็ก ๆ ต่ำลงจริง ๆ อันนี้ต้องขอเตือนไว้ก่อน เพราะผมรู้สึกแบบนี้มาแล้วจริง ๆ

แต่บางคนอาจจะกังวลว่าพฤติกรรมติดเกมมันเหมือนกับพฤติกรรมที่มีเด็กทำพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมเพราะเลียนแบบจากเกมไหม ผมมองว่า นั่นไม่ใช่อาการติดเกม แต่นั่นเป็นอาการเลียนแบบพฤติกรรมจากเกม ซึ่งคนละเรื่องกับอาการติดเกมเลย

อย่างไรก็ตาม บัญชีจำแนกโรค ICD-11 ที่ว่าเป็นโรคติดเกม ยังไม่ขึ้นทะเบียนในตอนนี้ครับ ตัวโรคในแบบร่าง ICD-11 จะถูกขึ้นทะเบียนแบบเป็นทางการในช่วงเดือน พฤษภาคม ปี 2019 ดังนั้นตั้งแต่ตอนนี้ไปจนถึงปีหน้า ICD-11 ก็สามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ตลอดเวลา ดังนั้น ทาง WHO อาจจะมีการทบทวนโรค ๆ นี้กันอีกรอบ เผื่อโรคติดเกม อาจจะไม่ใช่โรค และถ้าเป็นจริง ๆ ก็อาจจะมีตัวยารักษาหรือมีกิจกรรมจิตบำบัดในภายหลัง

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.